คุณกำลังอ่าน

จ.บึงกาฬ ออกประกาศต้องสวมหน้ากากอนามัย-ผ้า นอกเคหะสถาน ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 2 หมื่นบาท

ประชาสัมพันธ์

จ.บึงกาฬ ออกประกาศต้องสวมหน้ากากอนามัย-ผ้า นอกเคหะสถาน ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 2 หมื่นบาท

องค์การบริหารส่วนตำบลคำนาดี

วันอังคารที่ 27 เมษายน 2564

จังหวัดบึงกาฬ ออกประกาศ ผู้ใดไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า เมื่อออกนอกเคหสถาน หรือที่พักของตน ฯลฯ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท โดยคำสั่งมีผล ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน - 10 พฤษภาคม 2564

ตามที่จังหวัดบึงกาฬ ได้มีประกาศจังหวัดบึงกาฬ เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด -19 ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ประกาศ ณ วันที่ 26 เมษายน 2564 ไปแล้วนั้น

เนื่องจากประกาศฉบับดังกล่าวยังไม่มีบทกำหนดโทษตามกฎหมายที่ชัดเจน และเพื่อเป็นการเพิ่มมาตรการในการป้องกันยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด -19 รวมถึงสร้างการรับรู้ความเข้าใจ สร้างความตระหนักของประชาชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 (1) (7) มาตรา 34 (6) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และข้อ 9 ของข้อกำหนด (ฉบับที่ 20) ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดบึงกาฬ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบึงกาฬ จึงให้ยกเลิกข้อ 2 ของประกาศจังหวัดบึงกาฬ เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด -19 ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ประกาศ ณ วันที่ 26 เมษายน 2564 และให้ใช้ข้อความดังต่อไปนี้แทน

ข้อ 1 ให้ประชาชนทั่วไป ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่นในหน่วยงานของรัฐ และบุคลากรภาคเอกชนทุกคนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ถือปฏิบัติตามมาตรการโดยสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องและถูกวิธีเพื่อลดการแพร่ระบาด เมื่อออกนอกเคหสถานหรือที่พักของตน เมื่อเข้าไปในสถานที่แออัด หรือไปยังสถานที่อื่น ๆ ที่มีผู้คนและต้องพบปะผู้อื่น เช่น ตลาด ร้านค้า ร้านอาหาร หาบเร่แผงลอย โดยให้สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้ง รวมถึง เมื่ออยู่ใกล้ชิดผู้สูงอายุ เด็ก บุคคลที่ร่างกายอ่อนแอ หรือบุคคลใกล้ชิดอื่น ๆ ด้วย

ข้อ 2 ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อ 1 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558

อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณะ หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๖ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558 ประกอบมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙ จึงไม่อาจให้คู่กรณีที่เกี่ยวข้องใช้สิทธิโต้แย้งได้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2564 จนถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2564

ประกาศ ณ วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2564

ข่าวล่าสุด